วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2557

ธนาคาร สถาบันการเงิน องค์กรภาครัฐและเอกชน บุกอุดรธานี ยกบริการทางการเงินและการลงทุนครบวงจร ส่งตรงถึงพี่น้องชาวอีสานตอนบน ในงาน Money Expo Udonthani 2014 วันที่ 17-19 ตุลาคม 2557 ที่ อุดรธานีฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี

อุดรธานี-ธนาคาร สถาบันการเงิน องค์กรภาครัฐและเอกชน บุกอุดรธานี ยกบริการทางการเงินและการลงทุนครบวงจร ส่งตรงถึงพี่น้องชาวอีสานตอนบน ในงาน Money Expo Udonthani 2014 วันที่ 17-19 ตุลาคม 2557 ที่ อุดรธานีฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี
นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงาน มหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่า วารสารการเงินธนาคาร จะจัดงานมหกรรมการเงิน อุดรธานี ครั้งที่ 2 Money Expo Udonthani 2014 ในวันที่ 17-19 ตุลาคม 2557 ที่ อุดรธานีฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี ภายใต้แนวคิด “Connecting Life การเงินเชื่อมโยงชีวิต ก้าวไปตามใจผัน” เพื่อสะท้อนถึงบริการทางการเงินและการลงทุน ของธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ที่มีความหลากหลาย สามารถเชื่อมโยงตอบสนองวิถีชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของประชาชนในปัจจุบันได้ทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกใช้บริการทางการเงินและการลงทุนได้อย่างเหมาะสมกับตนเองได้ตามที่ฝันไว้
นายสันติกล่าวว่า จากการจัดงานมหกรรมการเงินอุดรธานีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากประชาชนในภาคอีสานตอนบน โดยมียอดผู้เข้าชมงานถึง 50,000 คน ส่วนธนาคารและสถาบันการเงินที่เข้าร่วมงานก็ได้ยอดธุรกรรมทางการเงินและการลงทุนถึงกว่า 8,300 ล้านบาท
ดังนั้น ในปี 2557 นี้ วารสารการเงินธนาคาร จึงได้จัดงานมหกรรมการเงิน อุดรธานี ขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 โดยมีธนาคาร สถาบันการเงิน องค์กรภาครัฐและเอกชน 28 แห่งเข้าร่วมนำเสนอบริการทางการเงินและการลงทุนอย่างครบวงจร ทั้งสินเชื่อ เงินฝาก พันธบัตร สลากออมทรัพย์ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันวินาศภัย รวมถึงการลงทุนในหุ้น กองทุนรวม ทองคำ ตราสารหนี้ และตราสารอนุพันธ์ ให้กับประชาชนในจังหวัดอุดรธานี และภาคอีสานตอนบนที่ครอบคลุม 7 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย, เลย, กาฬสินธ์, ขอนแก่น, สกลนคร, หนองบัวลำภู และนครพนม
“จังหวัดอุดรธานี เป็นศูนย์กลางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคอีสานตอนบน และเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในการขยายตลาดการค้าการลงทุนสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ซึ่งในปี 2556 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการบริโภคขยายตัว 21.5% จากรายได้ภาคครัวเรือนที่ปรับตัวดีขันจากการจ้างงานที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ส่วนการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 19.3% จากความเชื่อมั่นของนักธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐก็ขยายตัวสูงถึง 54.7% ซึ่งเป็นผลจากการเบิกจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนที่เพิ่มขึ้น”
ทั้งนี้การขยายการจัดงานไปยังจังหวัดอุดรธานี ซึ่งครอบคลุมจังหวัดในภาคอีสานตอนบน   เมื่อรวมกับการจัดงานมหกรรมการเงินโคราช ที่ครอบคลุมภาคอีสานตอนล่าง และงานมหกรรมการเงินภาคเหนือที่เชียงใหม่ งานมหกรรมการเงินภาคตะวันออกที่พัทยา  งานมหกรรมการเงินภาคใต้ที่หาดใหญ่  และงานมหกรรมการเงินที่กรุงเทพฯ  ทำให้บรรลุเป้าหมายสำคัญของงานมหกรรมการเงิน Money Expo ที่ต้องการให้ประชาชนในทั่วทุกภูมิภาคได้เข้าถึงบริการทางการเงินการลงทุน และแหล่งเงินทุนอย่างเท่าเทียมกัน. 

ข่าวออนไลน์หนองคาย 



จังหวัดหนองคายแถลงข่าวงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาคประจำปี 2557

หนองคาย-จังหวัดหนองคายแถลงข่าวงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาคประจำปี 2557
วันที่ 22 ก.ย. 2557 เวลา 17.00 น.ที่บริเวณวัดไทย ริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นายอโณทัย ธรรมกุล รอง ผวจ.หนองคาย นายคณกร เครือวรรณ นายอำเภอโพนพิสัย นายสมเกียรติ ตระกูลฟาร์มธวัช รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย นายแพทย์สรร สุนทรธนากุล นายกเทศมนตรีตำบลโพนพิสัย นางอัจฉพรรณ บุญเจริญ ผอ.ททท.อุดรธานี ได้ร่วมกันแถลงข่าวงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาคประจำปี 2557
นายแพทย์สรร สุนทรธนากุล นายกเทศมนตรีตำบลโพนพิสัย กล่าวว่าเทศบาลตำบลโพนพิสัย ขอเชิญร่วมงาน "งานโพนพิสัย บั้งไฟพญานาคโลก" ระหว่างวันที่ 8-16 ตุลาคม 2557 นอกจากกิจกรรมชมบั้งไฟพญานาคแล้วยังมีการแสดงรำบูชาพญานาค ประกวดธิดานาคา การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปล่อยปลาแม่น้ำโขง จำนวน 1000,000 ตัว เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาหลายกิจกรรม เช่น การทำบุญมหากุศล 9 วัด, การเจริญศีลสวดมนต์ภาวนาและนั่งสมาธิ และการบวงสรวงวันเปิดโลก "บูชาพญานาค" เป็นต้น  สำหรับปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคนั้น ในปีนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ตุลาคม 2557 ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี โดยเชื่อกันว่าเป็นบั้งไฟของพญานาคที่เมืองบาดาล
ด้านนายอโณทัย ธรรมกุล รอง ผวจ.หนองคาย กล่าวเสริมว่าเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทางจังหวัดได้ทำ ป้ายชี้ทาง ป้ายแสดงจุดชมบั้งไฟพญานาค และตั้งกองอำนวยการไว้คอยบริการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวตลอดเส้นทางใน การชมบั้งไฟพญานาค ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ พยาบาล เจ้าหน้าที่แขวงการทาง หน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่วิทยุสมัครเล่น มีการรายงานเส้นทางจราจรทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัด หนองคายและศูนย์บริการข้อมูลตลอดทั้งคืน ซึ่งจังหวัดหนองคายมีความพร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมา พิสูจน์ความมหัศจรรย์ในครั้งนี้ เชื่อแน่ว่านักท่องเที่ยวได้รับความประทับใจกับการต้อนรับและการเป็นเจ้า บ้านที่ดีของชาวหนองคายอย่างแน่นอน.
นางอัจฉพรรณ บุญเจริญ ผอ.ททท.อุดรธานี กล่าวว่าทั้งนี้ผู้ที่สนใจเดินทางมาชมความมหัศจรรย์ของบั้งไฟพญานาคและท่องเที่ยวในงานประเพณีออกพรรษาและเทศกาลบั้งไฟพญานาคจังหวัดหนองคาย ประจำปี2557 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เทศบาลเมืองหนองคาย โทร.042-420574 เทศบาลตำบลโพนพิสัย โทร.042-405634 ททท.สำนักงานอุดรธานี โทร.042-325406-7 หรือที่ www.tourismthailand.org
ทั้งนี้สถิติการเกิดบั้งไฟพญานาค เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมาพบว่ามีบั้งไฟพญานาคเกิดขึ้น 2 วัน รวม 1,154 ลูก ในเขตพื้นที่ อ.เมืองหนองคาย, อ.โพนพิสัย และ อ.รัตนวาปี และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคประมาณ 307,000 คน.

                                                                       ข่าวออนไลน์หนองคาย







กรมอนามัยผนึก สปป.ลาว สร้างเครือข่ายอาหารปลอดภัยอาเซียน ไทย-ลาว

หนองคาย-กรมอนามัยผนึก สปป.ลาว สร้างเครือข่ายอาหารปลอดภัยอาเซียน ไทย-ลาว
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สปป.ลาว จัดประชุมวิชาการด้านอาหารปลอดภัยนครหลวงเวียงจันทน์ หนองงคาย ขอนแก่น เพื่อสร้างเครือข่ายอาหารปลอดภัยสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) ในปี 2015 ตอกย้ำความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวได้รับบริโภคอาหารที่สะอาดปลอดภัยและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย
วันที่ 22 ก.ย. 2557 นายแพทย์ณรงค์ สายวงศ์ รองอธิบดีกรมอานมัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมประชุมวิชาการด้านอาหารปลอดภัยนครหลวงเวียงจันทน์ หนองงคาย ขอนแก่น เพื่อสร้างเครือข่ายอาหารปลอดภัยสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) ณ โรงแรมอัศวรรณ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ว่ากรมอนามัยโดยศูนย์อนามัยที่ 6 จังหวัดขอนแก่นได้จัดทำโครงการอาหารปลอดภัยไทย-ลาว เตรียมความพร้อมสู่อาเซียน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2556 และต่อเนื่องถึงปี 2557 เพื่อให้เกิดแนวทางการดำเนินงานความร่วมมือและพัฒนาเกณฑ์ประเมินอาหารปลอดภัยไทย-ลาว แบบบูรณาการทั้งสองประเทศ โดยพิจารณาตั้งแต่คณะกรรมทั้ง 3 ฝ่าย ภายใต้กรอบความร่วมมือ Food Safety Colabolation (FSC) การพิจารณาบูรณาการเกณฑ์ประเมินร้านอาหาร Clean Food Good Taste ฝ่ายไทยและ Safe Food Good Sealth ฝ่าย สปป.ลาว และได้เกณฑ์ประเมินร้านค้าอาหารแบบบูรณาการภายใต้ชื่อแบบตรวจร้านอาหารเวียงจันทน์-หนองคาย เพื่อเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน สำหรับใช้เฉพาะพื้นที่ชายแดนหนองคาย-นครหลวงเวียงจันทน์ ภายใต้เกณฑ์การประเมิน อาทิ ไม่เตรียมปรุงอาหารบนพื้น และบริเวณหน้าห้องน้ำ ห้องส้วม และเตรียมปรุงอาหารบนโต๊ะที่สูง จากพื้นอย่างน้อย 60 ซม. อาหารสดจะต้องล้างให้สะอาดก่อนนำมาปรุงหรือเก็บอาหารประเภทต่างๆ ต้องแยกเก็บเป็นสัดส่วน อาหารประเภทเนื้อสัตว์ดิบเก็บไว้ในอุณภูมิที่ต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส เขียงและมีดต้องมีสภาพดี ไม่มีรอยแตก แยกใช้ระหว่างเนื้อสัตว์สุกเนื้อสัตว์ดิบ ผักและผลไม้ รวมทั้งมูลฝอยและน้ำเสียทุกชนิด ได้รับการกำจัดโดยวิธีที่ถูกหลักสุขาภิบาล ผู้สัมผัสอาหารแต่งกายสะอาด สวมเสื้อมีแขน ผู้ปรุงต้องผูกผ้ากันเปื้อนที่สะอาด สวมหมวกคลุมผมเป็นต้น
นายแพทย์ณรงค์ สายวงศ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวต่อว่ากรมอนามัยได้นำเกณฑ์ไปทดลองใช้ตรวจร้านอาหารทั้ง 2 ประเทศในพื้นที่ชายแดนหนองคาย-นครหลวงเวียงจันทน์ จำนวน 8 ร้านได้แก่ ร้านพอนทิพย์โอเปร่า ชัยโย ครัวตำมั่ว ภัตรตาคารแม่โขง ร้านมูลเดอะไนท์ ร้านโป๊ยเซียน และร้านกับข้าวลาว ซึ่งผลการตรวจแบคทีเรีย 40 ตัวอย่างส่วนใหญ่พบการปนเปื้อนที่ภาชนะประเภทเขียง และการตรวจสอบสารปนเปื้อนฟอร์มาลีน บอแรกซ์ สารกันรา ในอาหาร 45 ตัวอย่าง ไม่พบการปนเปื้อน สำหรับการตรวจร้านอาหารในจังหวัดหนองคาย จำนวน 8 ร้านได้แก่ร้านครัวคูณเก้า ร้านเรือนริมน้ำ ร้านเลอโขง ร้านชายโขง ร้านหลังจวน ร้านครัวสุขสันต์ ร้านข้าวต้ม และร้านเวียนนา ผลการตรวจด้วยแบคทีเรีย 10 ตัวอย่าง ส่วนใหญ่พบปนเปื้อนที่มือผู้ปรุง และผู้ช่วยผู้ปรุง มีดทำอาหารและเขียง
ทั้งนี้การตรวจด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมของร้านอาหารในพื้นที่ชายแดนหนองคาย-นครหลวงเวียงจันทน์ รวมทั้งอาหารในจังหวัดหนองคายที่ผ่านมา คณะกรรมการร่วมตรวจไทย-ลาว ได้ให้ข้อเสนอแนะในเรื่องการใช้วัสดุปกคลุมเขียง การจัดวางภาชนะสะอาด การใช้อ่างล้างจานและการใช้ถังขยะชนิดฝาเหยียบ เปิด-ปิด ในห้องเตรียมปรุงอาหาร การล้างมือของพนนักงานผู้ปรุง ผู้ช่วยปรุง ผู้เสริฟและพื้นห้องปรุงประกอบอาหารซึ่งทุกร้านพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ นายแพทย์ณรงค์กล่าว.

ข่าวออนไลน์หนองคาย





วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557

ตำรวจโพนพิสัย ร่วมกับ ทหาร กกล.รส.จังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่ นรข.เขตหนองคาย ร่วมกันตรวจยึดยาบ้าซุกริมทาง 28,000 เม็ด

หนองคาย-ตำรวจโพนพิสัย ร่วมกับ ทหาร กกล.รส.จังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่ นรข.เขตหนองคาย ร่วมกันตรวจยึดยาบ้าซุกริมทาง 28,000 เม็ด
วันที่ 21 กันยายน 2557 เวลา 19.30 น.พ.ต.อ.ชนะเกียรติ วงศ์แสงเทียน ผกก.สภ.โพนพิสัยพ.ต.ท.ฐนกร ถาวะโร รอง ผกก.สส.สภ.โพนพิสัย พ.ต.ท.เจษฎา แพ่งศรีสาร สว.สส.ร.ต.อ.ปฏิวัติ ชุมแวงวาปี รอง สวป. ร.ต.ต.สมคิด พลค้อ รอง สว.สส. ร.ต.ต.อุทัย งามสระคู รอง สว.สส. พร้อมชุดสืบสวน สนธิกำลังกับ จนท.ทหาร กกล.รส.นค.เจ้าหน้าที่ นรข.เขตหนองคาย ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.หนองคาย , พ.อ.วรชัย คุณกมุท ผบ.กกล.รส.นค. ร่วมกันตรวจยืดยาบ้าจำนวน 5 ห่อ 14 มัด รวมยาบ้าจำนวน 28,000 เม็ด ส่วนผู้ต้องหาเป็นชาย 2 คนไม่ทราบชื่อ-สัญชาติ ขับขี่รถยนต์เก๋งสีขาวไม่ทราบยี่ห้อ-ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไปได้ เหตุเกิดบริเวณริมถนนสาย 212 (หนองคาย-โพนพิสัย) กม.39 บ้านแดนเมือง ม.3 ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ภายหลังตรวจยึดจะได้นำของกลางทั้งหมดส่ง พงส. สภ.โพนพิสัย เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ข่าวออนไลน์หนองคาย




ชาวบ้านพบงูเหลือมตัวเขื่องหลบอยู่ภายในบ้าน เดือดร้อนหน่วยกู้ภัยไปจับนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

หนองคาย-ชาวบ้านพบงูเหลือมตัวเขื่องหลบอยู่ภายในบ้าน เดือดร้อนหน่วยกู้ภัยไปจับนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ
วันที่ 21 ก.พ. 2557 เวลา 16.00 น.หน่วยกู้ภัยร่วมใจอำเภอท่าบ่อ ได้รับแจ้งจาก นางสาวอรพรรณ นันทะ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 271 ม.12 ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ว่ามีงูเหลือมเข้ามาหลบอยู่บริเวณบ้าน หลังรับแจ้งจึงนำอุปกรณ์จับงูรุดไปตรวจสอบ
เมื่อเดินทางไปถึงพบงูเหลือมขนาดความยาวประมาณเกือบ 5 เมตร นอนสงบนิ่งอยู่บริเวณหลังบ้าน เจ้าหน้าที่จึงนำอุปกรณ์จับงูทำการจับอย่างปลอดภัย และจะได้นำงูเหลือมตัวนี้ไปส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป. 

ข่าวออนไลน์หนองคาย




เทศบาลเมืองท่าบ่อจัดกิจกรรม “เปิดเมืองปั่น Nongkhai Car Free Day 2014”

หนองงคาย-เทศบาลเมืองท่าบ่อจัดกิจกรรม “เปิดเมืองปั่น Nongkhai Car Free Day 2014
วันที่ 21 กันยายน 2557 เวลา 07.00 น. ณ ลานด้านหน้าเทศบาลเมืองท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย  นายประพาส นครภักดี นายกเทศมนตรีเมืองท่าบ่อ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เปิดเมืองปั่น Nongkhai Car Free Day 2014โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทั้งชาวจังหวัดหนองคายและชาว สปป.ลาว เป็นจำนวนมาก โดยมีจุดประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อรณรงค์ วันคาร์ฟรีเดย์ Car Free Day เป็นการลดการใช้น้ำมัน ลดมลภาวะทางอากาศ ลดมลภาวะทางเสียง และเมื่อรถยนต์ในท้องถนนมีน้อยลง ก็ยังสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุได้ด้วย
ทั้งนี้วันคาร์ฟรีเดย์ (Car Free Day) ตรงกับวันที่ 22 กันยายน ของทุกปี โดย วันคาร์ฟรีเดย์ Car Free Day จัดขึ้นในหลาย ๆ แห่งทั่วโลกเป็นครั้งแรกในวันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2537 โดยมีประชาชนใน 848 เมือง จาก 25 ประเทศทั่วโลกได้ออกมาร่วมกันรณรงค์ภายใต้โครงการ Car Free Day เพื่อปลุกให้คนตื่นตัว หันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน ปั่นจักรยาน หรือการเดินแทนการนั่งรถยนต์ส่วนตัว และคิดวางแผนในการเดินทางมากขึ้น โดยนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 เป็นต้นมา มีหลายประเทศทั่วโลกได้ร่วมจัดกิจกรรมคาร์ฟรีเดย์ Car Free Day ในปีถัด ๆ มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทยเอง ได้เริ่มรณรงค์กิจกรรม วันคาร์ฟรีเดย์ Car Free Day มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 เป็นต้นมา และได้จัดกิจกรรมรณรงค์เรื่อยมา จนปีนี้ พ.ศ.2553 ประเทศไทยได้จัดกิจกรรม วันคาร์ฟรีเดย์ Car Free Day มาเป็นปีที่ 11 แล้ว โดยในส่วนกิจกรรมวันคาร์ฟรีเดย์ Car Free Day ของแต่ละจังหวัด ได้มีการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อรณรงค์ให้คนทิ้งรถไว้ที่บ้าน แล้วออกมาทำกิจกรรมด้วยกัน ซึ่งได้ผลตอบรับจากประชาชนจำนวนมาก.

ข่าวออนไลน์หนองคาย







เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจหนองสองห้องร่วมกับทหาร กกล.รส.จังหวัดหนองคาย (ร้อย รส.ที่ 1) จับชายวัย 55 ชาวขอนแก่นพร้อมยาบ้า 383 เม็ด

หนองคาย-เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจหนองสองห้องร่วมกับทหาร กกล.รส.จังหวัดหนองคาย (ร้อย รส.ที่ 1) จับชายวัย 55 ชาวขอนแก่นพร้อมยาบ้า 383 เม็ด
วันที่ 21 ก.ย. 2557 เวลา 07.00 น.ที่ด่านตรวจหนองสองห้อง ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย พ.ต.ท.เรืองยศ ภูแช่มติ รอง ผกก.ปป.สภ.เมืองหนองคาย พ.ต.ท.สุริยะ เลิศภูมิปัญญา สวป.สภ.เมืองหนองคาย ร.ต.อ.เหรียญชัย ศรีเชียงสา รอง สวป.สภ.เมืองหนองคาย ร.ต.ท.จำเนียร ดอนหนองบัว รอง สวป.สภ.เมืองหนองคาย ร.ต.ต.เสฎวุฒิ ปาริวงษ์ ร่วมกับ ร.ต.วิวรรธน์ อรรคบาล ผบ.มว.รส.ที่ 1 (ร้อย รส.ที่ 1) ร่วมกันจับกุมนายสุเมธ อำนวยผล อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 319 หมู่ 21 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 383 เม็ด
สอบสวนนายสุเมธให้การรับสารภาพว่ายาบ้าทั้งหมดตนซื้อมาจากชาว สปป.ลาว ชื่อนายคำหล้า โดยนำมาส่งให้ตนที่บริเวณหลังวัดโพธิ์ชัย เขตเทศบาลเมืองหนองคาย และตนจะนำไปจำหน่ายในเขตจังหวัดขอนแก่น ภายหลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายสุเมธคือมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เหตุเกิดที่จุดตรวจหนองสองห้อง ถนนมิตรภาพฝั่งขาออกจังหวัดหนองคาย ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย.

ข่าวออนไลน์หนองคาย